ศาลฎีกากลับคำพิพากษาเปิดทางทรัมป์ผันงบกลาโหมไปสร้างกำแพง

ศาลฎีกาสหรัฐกลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เมื่อวานนี้ด้วยการอนุญาตให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์นำงบประมาณกลาโหมไปใช้ในโครงการสร้างกำแพงด้านเม็กซิโกได้ ด้านทรัมป์ทวีตเป็นชัยชนะครั้งใหญ่

ผู้พิพากษาศาลฎีกาลงมติด้วยเสียง 5 ต่อ 4 กลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาคเก้าว่า รัฐบาลได้แสดงหลักฐานมีน้ำหนักมากพอจนถึงขณะนี้ว่ากลุ่มที่ร้องคัดค้านไม่อยู่ในฐานะที่จะคัดค้านการจัดสรรงบประมาณดังกล่าวได้ เปิดทางให้รัฐบาลสามารถนำงบประมาณ 2,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 77,030 ล้านบาท) ไปใช้ดำเนินโครงการสร้างกำแพงได้ในระหว่างที่กำลังมีการสู้คดีอยู่

ประธานาธิบดีทรัมป์ทวีตว่า เป็นชัยชนะครั้งใหญ่เรื่องกำแพง เป็นชัยชนะครั้งใหญ่สำหรับความปลอดภัยพรมแดนและหลักนิติรัฐ ด้านสหภาพเสรีภาพพลเรือนอเมริกันประกาศทันทีว่า จะเร่งให้ศาลอุทธรณ์ภาคเก้ามีคำตัดสินโดยเร็วเพื่อหยุดยั้งความเสียหายที่ไม่สามารถแก้ไขได้ ชุมชนตามพรมแดน สภาพแวดล้อม และหลักการแบ่งแยกอำนาจตามรัฐธรรมนูญจะเสียหายอย่างถาวร หากประธานาธิบดีทรัมป์สามารถนำงบกลาโหมไปใช้สร้างกำแพงเกลียดชังต่างชาติทั้งที่รัฐสภาไม่เห็นด้วย

ศาลอุทธรณ์ภาคเก้ามีคำพิพากษาเมื่อเดือนพฤษภาคม สั่งห้ามชั่วคราวเรื่องการนำงบประมาณกระทรวงกลาโหมไปใช้ก่อสร้างกำแพง ตามที่ทางการประมาณ 20 รัฐพร้อมกลุ่มสิทธิ กลุ่มสิ่งแวดล้อมและชุมชนตามพรมแดนยื่นฟ้องว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ละเมิดรัฐธรรมนูญจากการประกาศเมื่อต้นปีว่า สถานการณ์บริเวณพรมแดนด้านเม็กซิโกเป็นเหตุฉุกเฉินระดับประเทศ หวังอนุมัติงบประมาณสร้างกำแพงโดยไม่ต้องผ่านความเห็นชอบจากสภา เป็นความขัดแย้งที่ทำให้สหรัฐต้องปิดที่ทำการรัฐบาล หรือชัตดาวน์ ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ประเทศถึง 35 วันเมื่อวันที่ 22 ธันวาคมปีก่อนถึงวันที่ 25 มกราคมปีนี้